ฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

          ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชสมุนไพรรสขมที่มีการใช้กันมานานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีสรรพคุณบรรเทาอาการของโรคหวัด เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ ในปัจจุบันเมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้มีนักวิจัยสนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมุนไพรฟ้าทะลายโจร โดยพบว่าสารสำคัญที่ชื่อว่า “แอนโดรกราโฟไลด์” (andrographolide)  มีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส จากผลการวิจัยดังกล่าวทำให้มีประชาชนจำนวนมากสนใจที่จะซื้อยาฟ้าทะลายโจร นำมารับประทานเพื่อบรรเทาอาการของโควิด-19 ยาฟ้าทะลายโจรที่มีจำหน่ายในประเทศไทย มี 2 รูปแบบ รูปแบบผงยา ซึ่งผงยาจะเตรียมจากส่วนเหนือดินของฟ้าทะลายโจร รูปแบบสารสกัด สำคัญที่ควรพิจารณาคือ สารสำคัญที่มีชื่อว่า “แอนโดรกราโฟไลด์” (andrographolide)  ที่จะมีระบุไว้บนฉลากยา ซึ่งในแต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์  (andrographolide) แตกต่างกัน  หากผลิตภัณฑ์ใดไม่ได้ระบุไว้ แนะนำให้สอบถามจากทางผู้ผลิต  ผู้ที่รับประทานยาฟ้าทะลายโจรได้มีใครบ้าง ? ที่มีอาการของโรคหวัด เช่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปในผู้ใหญ่จะแนะนำให้รับประทานยาฟ้าทะลายโจรที่มี andrographolide 60 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งรับประทานวันละ 3 ครั้ง  ติดต่อกันไม่เกิน 5 วัน ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19ที่มีอาการไม่รุนแรง ในผู้ใหญ่แนะนำให้รับประทานยาฟ้าทะลายโจรที่มี andrographolide 180 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งรับประทานวันละ 3 ครั้ง  ติดต่อกัน 5 วัน

รับประทานยาปฎิชีวนะ ช่วยป้องกันการติดโควิด 19 จริงหรือ ?

รับประทานยาปฎิชีวนะ ช่วยป้องกันการติดโควิด 19 จริงหรือ ?

  โรคโควิด-19 ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบทางเดินหายใจ ปอดอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้ จึงทำให้หลายคนมีความพยายามที่จะหาวิธีป้องกัน จนมีคำถามที่ว่า หากรับประทานยาปฏิชีวนะจะสามารถช่วยป้องกันการติดโรคโควิด-19 ได้ จริงหรือไม่ คำตอบคือ ไม่จริง   เนื่องจากยาปฏิชีวนะ เป็นยาที่ผลิตจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น แบคทีเรีย รา มีฤทธิ์ยับยั้ง หรือฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไม่สามารถนำมารักษาหรือป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ได้ ดังนั้นไม่ควรกินยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดโรคโควิด-19 ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อเพราะนอกจากจะไม่ช่วยป้องกันการติดโรคโควิด-19 แล้ว ยังทำให้เสี่ยงเกิดอันตรายจากผลข้างเคียง หรือมีอาการแพ้ยา ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้    นอกจากนี้แล้วการใช้ยาปฏิชีวนะโดยที่ไม่มีข้อบ่งใช้ หรือใช้พร่ำเพรื่อ จะทำให้เชื้อโรคมีการพัฒนาตัวเองให้ทนต่อยามากขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกทำลายด้วยยา และมีชีวิตรอดต่อไป เรียกว่าเชื้อเกิดการดื้อยา ซึ่งไม่สามารถใช้ยาปฏิชีวนะชนิดเดิมรักษาให้หายได้ ต้องเปลี่ยนไปใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายอาจไม่มียารักษาจนทำให้การติดเชื้อรุนแรงจนเสียชีวิต  สำหรับการป้องกันไม่ให้ติดโรคโควิด-19 สามารถทำได้โดย เว้นระยะห่างทางสังคม สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือเป็นประจำ รับประทานอาหารสุกสะอาด    

ความเชื่อเรื่องการกินยาอันไหนจริงหรือมั่ว

ความเชื่อเรื่องการกินยาอันไหนจริงหรือมั่ว

เรื่องของยารักษาโรค มีหลายความเชื่อที่ผิด และกลายเป็นข้อสงสัยของผู้คนจำนวนมากในเรื่องของข้อเท็จจริง อีกด้านหนึ่งยังพบว่าความเชื่อที่ผิดเหล่านั้นนำไปสู่การใช้ที่ไม่ถูกวิธี ทำให้ผลการรักษาด้อยประสิทธิภาพลง โดยข้อมูลที่นำมาเสนอในครั้งนี้จะเป็นการไขทุกความเชื่อเรื่องยารักษาโรค ความเชื่อไหนผิดหรือความเชื่อไหนถูกต้อง ทุกคนจะได้รับรู้พร้อมกันจากผู้เชี่ยวชาญ ยาฉีดมีประสิทธิภาพมากกว่ายากิน จริงหรือไม่? ไม่จริงเสมอไป เพราะยาชนิดกินก็มีประสิทธิภาพในการรักษาเช่นกัน เพียงแต่ยาฉีดจะใช้สำหรับผู้ป่วยบางรายที่การทำงานของลำไส้หรือกระเพาะอาหารมีปัญหา ดูดซึมยาผิดปกติหรือติดเชื้อรุนแรง หรือในกรณีที่ต้องการให้ยาที่ออกฤทธิ์เร็ว  การใช้ยาฉีดจะดีกว่ายากิน เนื่องจากไม่ต้องรอให้ยาดูดซึมจนถึงระดับการรักษาของยา แต่ยากินจะมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่ายาฉีด ยาต่างประเทศมีประสิทธิภาพมากกว่ายาในประเทศ จริงหรือไม่? ไม่จริง เพราะยาทุกชนิดไม่ว่าจะยาไทยหรือยาต่างประเทศ ก่อนวางจำหน่ายล้วนผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดและผ่านการรับรองแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรักษา ดังนั้นทั้งยาไทยและยาต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้วางจำหน่ายในท้องตลาด ย่อมมีประสิทธิภาพในการรักษาด้วยกันทั้งสิ้น การกินยาชนิดใดนาน ๆ จะมีผลต่อตับและไต จริงหรือไม่? ขึ้นอยู่กับสภาวะของคนไข้ว่ามีปัญหาการทำงานของตับหรือไตหรือไม่ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการใช้ยาที่ถูกวิธี ถูกขนาดหรือไม่ หากมีการใช้ยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้ ก็อาจมีผลต่อตับหรือไตได้ หรืออาจได้รับผลข้างเคียงของยา ยาแอสไพรินทำให้เลือดออกในสมอง จริงหรือไม่? หากใช้ยาตามแพทย์สั่งไม่ทำให้เกิดปัญหา เพราะส่วนมากคนไข้ที่รับยามักมีการติดตามอาการกับแพทย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแพทย์จะปรับยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย แต่ปัญหาของยาแอสไพรินคือมีผลข้างเคียงทำให้ระคายกระเพาะอาหาร ดังนั้นควรกินยาหลังอาหารทันที่ และดื่มน้ำตามปริมาณมาก เพื่อลดผลข้างเคียงดังกล่าว หากลืมกินยาต้องทำอย่างไร? ขึ้นอยู่กับชนิดยา หากไม่ใช่ยาที่อาหารมีผลต่อการดูดซึม สามารถกินทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ แต่ถ้าหากอาหารมีผลต่อการดูดซึม เช่น ยาก่อนอาหาร ซึ่งควรกินตอนท้องว่างหรือกินก่อนอาหาร 30 นาทีถึง 1